18:22 ผู้ตัดสินไม่พร้อม! ซูซูกิคัพ ไม่ใช้ VAR, รอบรอง-ชิง เตะ 2 นัด

เลขาสมาคมฟุตบอลฯ ยืนยัน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” จะไม่มีการใช้ VAR หลังผู้ตัดสินไม่พร้อม ส่วนเกมรอบรองฯ และ รอบชิงฯ ยังคงเตะ 2 นัด ที่สิงคโปร์ นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า “ผมขอยืนยันว่าจะไม่มีการใช้ วีเออาร์ ในการแข่งขันครั้งนี้แน่นอน เพราะต้องเรียนว่า วีเออาร์ ไม่ใช่ว่าแค่เอาเครื่องมาตั้งและสามารถเสียบและใช้ได้เลย ต้องมีเรื่องของไลเซนต์ เรื่องของใบอนุญาติการใช้งานด้วย” “นอกจากนี้ยังรวมถึง ผู้ตัดสิน ที่ต้องอยู่ในห้องควบคุมวีเออาร์ และผู้ตัดสินในสนามที่ต้องรู้ระเบียบการใช้ขั้นตอนของวีเออาร์ ซึ่งในลีกอาเซียนต้องยอมรับว่ายังมีผู้ตัดสินไม่มากที่มีระบบวีเออาร์ใช้ โดยผู้ตัดสินที่ต้องมาทำหน้าที่ใน ซูซูกิ คัพ ครั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่พร้อม และทางเจ้าภาพสิงคโปร์ยังไม่ใช้วีเออาร์” “อย่างไรก็ตาม ถ้าถามว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลหรือไม่กับการที่ไม่มี วีเออาร์ ในการช่วยตัดสินคราวนี้ ผมคิดว่าแฟนบอลไทยอาจจะคุ้นชินแล้วกับการที่มี วีเออาร์ ใช้ในบ้านเรา ทั้งการเทิร์นผลการตัดสิน หรือว่าการริบประตูคืน รวมทั้งการตรวจสอบเพิ่มเติม ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องกลับไปในจุดเดิมในแบบที่ไม่มีวีเออาร์ แม้จะไม่คุ้นชินบ้างเพราะลีกเรามีการใช้วีเออาร์ก็ตาม” ส่วนกติกาอื่นๆ ที่น่าสนใจ มีดังนี้ – ส่งชื่อ 30 คน ภายในวันที่ 24 พ.ย. – แต่ละนัดส่งชื่อ 23 คน และเปลี่ยนชื่อได้ทุกนัด โดยหยิบจาก 30 คน – แต่ละนัดเปลี่ยนตัวสำรองได้ 5 คน แต่ไม่เกิน 3 ครั้ง โดยรอบน็อกเอาท์ ถ้ามีต่อเวลา เปลี่ยนเพิ่มได้อีก 1 คน – จำนวนแมตช์เท่าเดิม รอบแรกเตะพบกันหมด ถ้าคะแนนเท่ากัน ดูเฮดทูเฮดก่อน – รอบรองฯ และรอบชิงฯ ยังคงเล่นรอบละ 2 นัด (เหย้า-เยือน) แต่เตะที่สนามกลางประเทศสิงคโปร์ สำหรับ ทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่ม เอ ร่วมกับ เมียนมา, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และ ติมอร์ เลสเต โดยจะประเดิมพบกับ ติมอร์ เลสเต วันที่ 5 ธันวาคม 2564 เวลา 16.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

Published

Leave a comment